BLOG

• บทความน่ารู้ •

เสริมคางด้วยซิลิโคน กับ ฉีดฟิลเลอร์ ควรเลือกแบบไหนดี ?

หากพูดถึงการเสริมความงามบนใบหน้าแล้วนั้น คาง คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายคน ด้วยความที่ต้องการหน้าสวย เรียว วีเชฟ มองมุมไหนก็เกิด แต่ก็มีคำถามอีกว่าจะเลือกทำแบบไหนดี ระหว่าการผ่าตัดเสริมซิลิโคน ที่เจ็บปวดหนักเอาการ กับ ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บเบา ๆ แป๊ป ๆ เดียวก็สวย คิดแล้วปวดหัว ลองมาดูกันว่าทั้ง 2 แบบนั้น มีจุดเด่น จุดด้อยอะไร แล้วเรานั้นเหมาะกับแบบไหน      

เสริมมคางแบบซิลิโคน      

เป็นการผ่าตัดเสริมคางโดยการใช้ซิลิโคน เพื่อปรับเปลี่ยนรูปหน้าทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง โดยแพทย์จะใส่ซิลิโคนแท่งถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นซิลิโคนชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มีทั้งแบบที่ขึ้นรูปมาแล้วจากโรงงานแล้วนำมาตกแต่งนิดหน่อยก่อนเสริมเข้าไป และชนิดที่แพทย์ต้องเหลารูปขึ้นมาเองให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน ขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ว่าจะใช้แบบไหน    

การ เสริมคาง ด้วยซิลิโคน ทำได้ 2 วิธี คือ

1.การเปิดแผลภายนอก แต่ความนิยมจะน้อยกว่าเพราะมักจะหลงเหลือแผลเป็นเอาไว้ หลังจากที่แผลหายสนิทแล้วโดยแพทย์จะเปิดแผลที่บริเวณใต้คาง

ข้อดี  

– มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก

– กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง

– เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย

สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสีย  

– มีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร  

– การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)       

2.การเปิดแผลในปาก โดยเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลราว 2-3 ซม. ตรงบริเวณของเหงือก กับริมฝีปากล่างซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะจะทำให้ไม่เห็นแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เพราะการทำผ่าตัดในช่องปาก

ข้อดี    

– ไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก        

ข้อเสีย  

– แม้มองไม่เห็นแผลภายนอก แต่แผลในปากที่อยู่ติดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยและเห็นชัด

– มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้

– การวางซิลิโคนไว้ให้ติดกับกระดูกกรามล่างนั้น มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้

– อาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจาก     ภายนอก ผิวหนังอาจดูไม่เรียบเนียนได้  

– มีพื้นที่ในการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด ต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อช้ำและมีเลือดออกมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก  

– เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยากเพราะแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากขึ้น

เสริมคางฉีดฟิลเลอร์

เป็นวิธีการเสริมคางให้เรียวสวย โดยที่ไม่ต้องทำศัลยกรรมและใช้เวลาในการทำไม่นานซึ่งการฉีดฟิลเลอร์นี้ก็เพื่อที่จะปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นคางยาวขึ้นโดยการเติมสารเติมเต็ม ไฮยาลูโรนิคแอซิดซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารที่มีคุณสมบัติเฉื่อยไม่ทำให้เกิดการแพ้และมีความคงตัวอยู่ในร่างกายได้เป็นระยะเวลานาน ที่สำคัญคือสามารถเสื่อมสลายไปเอง ได้อีกด้วยนอกจากนี้ยังเป็นสารที่จะช่วยสร้างความตึงให้กับผิวดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

ข้อดี เสริมคางฉีดฟิลเลอร์

– ไม่ต้องพักฟื้นหลังจากฉีดเสร็จกลับบ้านและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

– ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว รู้สึกได้ทันทีหลังจากการฉีดว่าใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างทันตาเห็น

ข้อเสีย เสริมคางฉีดฟิลเลอร์

– ไม่สามารถทำให้คางยาวได้มากเกิน 1 ซ.ม. ซึ่งถ้าหากกระทำการเกินกว่านี้ก็อาจจะทำให้เกิดคางผิดรูป ไม่เป็นธรรมชาติ

ก็หวังว่าจะเป็นตัวช่วยให้กับใครที่มีข้อสงสัยเลือกไม่ถูกจะทำแบบไหนช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นนะ แต่ถ้าหากยังมีข้อสงสัยลองเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Charmer Clinic ของเราได้นะ

☎ โทรปรึกษา/จองคิว 085-9192768

** ผลลัพธ์แตกต่างไปแต่ละบุคคล **

สำหรับผู้ถือบัตรธนาคาร สามารถผ่อนได้ 0%
ยินดีรับบัตรเครดิตทุกธนาคารค่ะ

สนใจ สอบถาม/นัดคิว จองคิวที่
CALL CENTER 085-9192768
LINE >> @CHARMERCLINIC

ติดตามข่าวสารของเราได้ทุกวัน คลิกเลย!

LOGO_CHARMER-CLINIC[4]

ชาเมอร์

คลินิก

Charmer Clinic

mascot[1]

เปิดบริการทุกวัน

ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น.

สาขารัชดา

สาขาอุดมสุข (บางนา)

สาขาเพชรเกษม 81

สาขารังสิต

Copyright © 2019 Charmer Clinic. All Rights Reserved.

Designed by iizziistudio.com